20 ธันวาคม 2554

ลองอัป Cooper เป็น 2.3.4 Gingerbread


1.การทำ
  • Backup ข้อมูลสมุดรายชื่อ และ App ต่้างๆ
  • เรียกโปรแกรม Kies บน PC (ต้องการที่ว่างใน C: 3GB ขึ้นไป)
  • ใช้เวลาทำประมาณ 45 นาที

การจัดการสมุดรายชื่อ Contacts


ในกรณีที่คุณจะอัปเกรดแอนดรอยด์เป็นรุ่นใหม่ หรือจะส่งเครื่องเข้าศูนย์ สิ่งหนึ่งที่ควรจะต้องทำ คือการเก็บสำรองข้อมูลของสมุดรายชื่อ Contacts ไว้ก่อน เพื่อจะได้สามารถมา Restore คืนในภายหลังได้

ลอง Factory Data Reset

ได้ลองสั่ง Factory Data Reset เครื่อง Cooper เพื่อเตรียมสำหรับการอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็น 2.3.4
โดยมีขั้นตอนดังนี้

10 ธันวาคม 2554

Recovery Mode

กรณีเครื่อง Samsung Galaxy มีปัญหาบูตไม่ได้ หรือไม่เห็นหน้าจอ
อาจแก้ไขได้โดยบูตเครื่องใหม่ให้เข้าไปสู่ Recovery Mode

Recovery Mode คือการโหมดการทำงานพิเศษของเครื่อง ไว้ใช้ในกรณีไม่สามารถใช้ OS ของเครื่องได้ โดยใน Recovery Mode จะมีคำสั่งต่างๆ ในเลือกใช้เพื่อแก้ปัญหาหรือใช้ในการล้างเครื่อง
วิธีเข้า Recovery Mode (สำหรับ Samsung Galaxy ส่วนใหญ่)
  • ให้ปิดเครื่องก่อน
  • กดปุ่ม Home ค้างไว้ แล้วกดปุ่ม Power รอจนกว่าเครื่องจะบูตเข้าหน้าจอ Android system recovery
วิธีออก
  • เลือกที่คำสั่ง reboot system now
วิธีใช้งาน
  • กดปุ่มปรับเสียงขึ้น (Volume Up) คือเลื่อนขึ้น
  • กดปุ่มปรับเสียงลง (Volume Down) คือเลื่อนลง
  • กดปุ่ม Home คือ ตกลง
สำหรับเครื่อง Galaxy Cooper ของผม เมื่อเข้า Recovery Mode แล้วจะมีข้อความหน้าจอดังนี้


เมนูคำสั่งมีให้ใช้ 5 คำสั่งคือ
  1. reboot system now บูตเครื่องใหม่
  2. apply update from sdcard อัปเดตเฟิร์มแวร์จาก SD Card
  3. wipe data/factory reset ลบข้อมูลและรีเซ็ตเครื่องล้างเครื่องให้เหมือนมาจากโรงงาน
  4. wipe cache partition ลบพาร์ทิชันของแคช
  5. test redbend fota[FS] ทดสอบการทำงานของ FOTA (Firmware Over The Air) ตามมาตรฐานของ Red Bend
สำหรับเครื่องที่มีปัญหามากๆ ต้องการล้างเครื่อง (Factory Reset)  แต่ไม่สามารถบูตเข้า Android ได้ ก็สามารถเข้า recovery Mode แล้วสั่ง wipe data/factory reset ได้ครับ

12 สิงหาคม 2554

ลองใช้แอปสำหรับการจัดการคลิปบอร์ด



รู้สึกเบื่อบ้างไหมกับการต้องคอยป้อนอีเมล์แอดเดรสของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ป้อนแต่ละทีก็ลำบาก แตะถูกบ้างผิดบ้าง ลองเก็บมันไว้เป็นข้อความในคลิปบอร์ดดีไหม จะใช้เมื่อไรก็คลิกวางได้เลย ไม่ต้องป้อนให้หงุดหงิดเสียเวลา

ลักษณะของโปรแกรมประเภทนี้คือ เราจะต้องสร้างหรือเก็บคำหรือข้อความที่ใช้บ่อยๆ เอาไว้ในโปรแกรมก่อน เช่นอีเมล์แอดเดรส ชื่อ หรือที่อยู่ พอถึงตอนจะกรอกข้อความ แทนที่จะค่อยๆ จิ้มกรอกทีละตัว ก็ใช้วิธีเรียกออกมาจาก Notification bar ที่อยู่ด้านบน เลือกคำที่จะใช้ แอปจะเอาคำๆ นั้นไปวางไว้ในคลิปบอร์ดให้ จากนั้นเราก็จะต้องสั่งวาง หรือ Paste อีกที เหมือนการ Paste ตามปกติ คือแตะค้างในจุดที่จะวาง รอจนเมนูโผล่ขึ้นมา แล้วเลือก "วาง" ผมได้ลองดาวน์โหลดมาใช้อยู่ 3 ตัวเปรียบเทียบกันได้แก่ copiPe, Clipper และ aNdClip Free มาลองติดตามดูว่าแต่ละตัวจะเป็นอย่างไรกันบ้าง


ตัวแรก CopiPe เป็นแอปของชาวญี่ปุ่น 







ข้อดี
-สร้างข้อความที่จะใช้วางได้เองไม่จำกัด สะดวก แก้ไขได้
-ใช้งานได้ฟรีแบบเต็มประสิทธิภาพ
-จัดกลุ่มข้อความเป็นโฟลเดอร์ได้
-สามารถวางวันที่หรือเวลาปัจจุบันได้

ข้อเสีย
-ต้องเตรียมข้อความไว้ก่อนเอง

ตัวต่อมา Clipper
ตัวนี้ก็น่าใช้้หมือนกัน แต่ต่างจากตัวแรกตรงที่สามารถเก็บคำที่เราสั่ง "copy" ในขั้นตอนที่เรา copy-paste ตามปกติ ไว้ให้ด้วย ดังนั้นหากเราจำได้ว่าคำๆ ไหนเคยสั่ง copy-paste ไว้แล้วก็สามารถเรียกคำนั้นออกมาใช้ใหม่ได้เลย

ข้อดี
-สามารถเก็บข้อความที่เคย copy ไว้ได้มากถึง 20 ข้อความล่าสุด
-สามารถปักหมุดข้อความที่ชอบไว้ตลอดไปได้ เพื่อใช้ซ้ำในอนาคตโดยจะไม่ถูกลบ
-สามารถสร้างข้อความพิเศษได้เอง
-ตั้งฟอนต์ได้ 5 ขนาด

ข้อเสีย
-สามารถวางวันที่หรือเวลาปัจจุบันได้ แต่ต้องเป็นรุ่นเสียเงิน

ตัวสุดท้ายคือ aNdClip Free เป็นของญี่ปุ่นเหมือนกับตัวแรก
ตัวนี้สามารถจำข้อความที่เราสั่ง copy-paste ไว้ได้เหมือน Clipper และสามารถนำเอาอีเมล์แอดเดรสที่เรามีอยู่แล้วในสมุดรายชื่อมาใช้ได้เลย โดยไม่ต้องสร้างใหม่

ข้อดี
-สามารถเก็บข้อความที่เคย copy ไว้ได้มากถึง 300 ข้อความล่าสุด
-สามารถสร้างข้อความใหม่ได้เอง รวมทั้งสร้างโฟลเดอร์ไว้เก็บข้อความเป็นกลุ่มได้
-ใช้อีเมลแอดเดรสหรือหมายเลขโทรศัพท์จากสมุดรายชื่อได้่โดยไม่ต้องสร้างใหม่
-ตั้งฟอนต์ได้ 5 ขนาด

ข้อเสีย
-ไม่สามารถวางวันที่หรือเวลาปัจจุบันได้
Published with Blogger-droid v1.7.4